บทความ

กรณีศึกษา การคำนวณจันทรุปราคาด้วยคัมภีร์สารัมภ์[ภาคต่อ]

กรณีศึกษา การคำนวณจันทรุปราคาด้วยคัมภีร์สารัมภ์ [ภาคต่อ] เนื่องในโอกาส ครบรอบ 2 ปีของการเกิดอุปราคาตัวนี้ เลยขอนำเสนอ ผลการคำนวณที่ปรับปรุง ด้วยเทคนิคพิเศษบางประการ ซึ่งจะขอยกไว้และนำมากล่าวถึงในภายหลัง จาก กรณีศึกษา การคำนวณหา จันทรุปราคา ปี 2558 วันที่ 4 เมษายน 2558 ผลการคำนวณ ด้วยวิธีการตามตำรา ได้ผลออกมาเป็นดังนี้ เวลาแรกจับ ตามตำรา คำนวณไม่ได้ เวลาปล่อย ตามตำรา คือ 6 มหานาฑี 21 มหาวินาฑี คิดเป็นเวลานาฬิกาปัจจุบัน คือ 20 นาฬิกา 32 นาที 24 วินาที สำหรับเวลาปล่อยจริงที่คำนวณได้ในปัจจุบัน (คำนวณเฉพาะที่เวลาสิ้นสุดการเกิดจันทรุปราคาบางส่วน) อยู่ที่ 20 นาฬิกา 44 นาที 48 วินาที ต่างกันอยู่ 12 นาที 4 วินาที เพราะคำนวณหา เวลา แรกจับ ไม่ได้ ทำให้คำนวณเวลากึ่งกลางคราสไม่ได้ไปด้วย จึงไม่มีข้อมูลของเวลากึ่งกลางคราสที่คำนวณไว้ ตามตำรานี้ สำหรับข้อมูลดังกล่าว ข้างต้น เป็นเวลาที่ กรุงเทพฯ โดยเปรียบเทียบกับค่าที่ได้จากทางดาราศาสตร์แล้ว ผลการคำนวณ จาก การคำนวณด้วย เทคนิคพิเศษเพื่อการปรับปรุงผลลัพธ์ ผลลัพธ์ ที่มาจากเทคนิคที่ปรับปรุงแล้ว ได้ตัวเลขออกมาเป็น ดังต่อไปนี้

บทแทรกการคำนวณจันทรุปราคา ว่าด้วยเรื่องลักษณะของอุปราคา

บทแทรกการคำนวณจันทรุปราคา ว่าด้วยเรื่องลักษณะของอุปราคา    บทแทรกการคำนวณจันทรุปราคา ว่าด้วยเรื่องลักษณะของอุปราคา ขนาดปรากฎของดวงจันทร์และขนาดเงาของโลก   ปัจจุบัน สำหรับการคำนวณอุปราคา ในแต่ละครั้ง จะมีการคำนวณหาขนาดของเงาและขนาดปรากฎของวัตถุที่ก่อให้เกิดอุปราคาเอาไว้ รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้ทราบลักษณะของการบังกันในครั้งนั้น ว่าเป็นอย่างไร กินลึกเท่าใด ทิศทางอยู่ตรงไหน ฯลฯ เพื่อบันทึกเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการเกิดอุปราคา(saros)ในแต่ละชุด ในสมัยโบราณเอง ก็มีหลักการและวิธีการในทำนองเดียวกัน ที่ทำให้ทราบได้ถึง ลักษณะการเกิดอุปราคา ว่า มีลักษณะเป็นอย่างไร ซึ่งดูคล้ายคลึงกับในสมัยปัจจุบัน ดังจะได้แสดงไว้ต่อไปนี้

กรณีศึกษา การคำนวณจันทรุปราคาด้วยคัมภีร์สารัมภ์ [ตอนที่ 6]

กรณีศึกษา การคำนวณจันทรุปราคาด้วยคัมภีร์สารัมภ์ [ตอนที่ 6] จาก กรณีศึกษา การคำนวณหา จันทรุปราคา ปี 2558 วันที่ 4 เมษายน2558 ผลการคำนวณ ด้วยวิธีการตามตำรา ได้ผลออกมาเป็นดังนี้ เวลาแรกจับ ตามตำรา คำนวณไม่ได้ เวลาปล่อย ตามตำรา คือ 6 มหานาฑี 21 มหาวินาฑี คิดเป็นเวลานาฬิกาปัจจุบัน คือ 20 นาฬิกา 32 นาที 24 วินาที สำหรับเวลาปล่อยจริงที่คำนวณได้ในปัจจุบัน (คำนวณเฉพาะที่เวลาสิ้นสุดการเกิดจันทรุปราคาบางส่วน) อยู่ที่ 20 นาฬิกา 44 นาที 48 วินาที ต่างกันอยู่ 12 นาที 4 วินาที และได้ทิ้งท้าย เอาไว้ ว่า มีการคำนวณ อีกแบบหนึ่ง ที่มาจากตำราอื่น(อ.หลวงพรหมโยธีฯ) ที่อ. ท่านได้แนะนำไว้ให้ ในตอนนี้ เราจะมาทดลองคำนวณกันดู

กรณีศึกษา การคำนวณจันทรุปราคาด้วยคัมภีร์สารัมภ์ [ตอนที่ 5]

กรณีศึกษา การคำนวณจันทรุปราคาด้วยคัมภีร์สารัมภ์ ตอนที่ 5 จาก กรณีศึกษา การคำนวณหา จันทรุปราคา ปี 2558 วันที่ 4 เมษายน2558 เราได้คำนวณมาจนถึง ค่าราหูภุช ซึ่งเป็นจุดบ่งชี้สำคัญว่า มีคราสในวันนั้นจริงหรือไม่ ฉะนั้น ในตอนนี้ เราจะคำนวณในส่วนที่ต่อเนื่องจาก ค่าของราหูภุชต่อไป แต่ก่อนอื่น จะขอย้อนกลับไปยังการคำนวณราหูภุชกันก่อน ซึ่งการคำนวณหาราหูภุช จริงๆ ทั้งหมด มีการคำนวณเป็นดังนี้ ตักกลาราหู-ตักกลาจันทร์ (9890 + 21600)-10227 = 21263 21263 หาร 5400 = 3 เป็นโกลัง เศษ 5063 โกลัง 3 เศษ ยังไม่เป็นราหูภุช ต้องเอาเศษลบเชิงหารก่อน 5400-5063 = 337 เป็นราหูภุช 337 เอา 720 หารไม่ได้ มีคราส จันทร์ภุกดภุกดิเป็น 733 มากกว่าราหูภุช มีคราส โกลัง 3 จับข้างทักษิณ ตักกลาจันทร์ลบตักกลาราหูมิได้เป็นพิปริต ทิศจับจริงคือ อุดร จาก ราหูภุช 337 คูณ 9 หาร 2 = 1516 หาร 60 = 25 เศษ 16 เพราะฉะนั้น 25 มหานาฑีกับ 16 มหาวินาฑี เป็น ราหูวิกขิป

กรณีศึกษา การคำนวณจันทรุปราคาด้วยคัมภีร์สารัมภ์ [ตอนที่ 4]

กรณีศึกษา การคำนวณจันทรุปราคาด้วยคัมภีร์สารัมภ์ [ตอนที่ 4] จาก กรณีศึกษา การคำนวณหา จันทรุปราคา ปี 2558 วันที่ 4 เมษายน2558 เราได้ ตำแหน่งเฉลี่ย ของวัตถุ ทั้ง 4 ตามตำรา ออกมาเป็นดังนี้ มัธยมอาทิตย์ปฐม = 20868 มัธยมจันทร์ปฐม = 9966 มัธยมอุจจ์ปฐม = 8425 มัธยมราหูปฐม = 11708 มัธยมอาทิตย์ทุติยะ = 20927 มัธยมจันทร์ทุติยะ = 10756 มัธยมอุจจ์ทุติยะ = 8432 มัธยมราหูทุติยะ = 11711 และได้ตำแหน่งแท้จริงหรือสมผุส ของวัตถุ ตามตำรา ออกมาเป็นดังนี้ สมผุสอาทิตย์ปฐม = 20996 สมผุสจันทร์ปฐม = 9837 สมผุสราหูปฐม = 9892 สมผุสอาทิตย์ทุติยะ = 21055 สมผุสจันทร์ทุติยะ = 10570 สมผุสราหูทุติยะ = 9889 จะได้ ค่าการคำนวณเป็นผลลัพธ์ทั้งหมด จำนวน 7 ชุด แบ่งออกเป็น ค่ามัธยมปฐมและทุติยะอย่างละ 4 ชุด และ สมผุสปฐมและทุติยะ อีก อย่างละ 3 ชุด และต้องทำการหาค่าตั้งต้นอีก 5 ค่า สำหรับใช้เพื่อการคำนวณคราสทั้งอาทิตย์และจันทร์ดังนี้

กรณีศึกษา การคำนวณจันทรุปราคาด้วยคัมภีร์สารัมภ์ [ตอนที่ 3]

กรณีศึกษา การคำนวณจันทรุปราคาด้วยคัมภีร์สารัมภ์ [ตอนที่ 3] จากตอนที่แล้ว ใน กรณีศึกษา การคำนวณหา จันทรุปราคา ปี 2558 วันที่ 4 เมษายน2558 เราได้ ตำแหน่งเฉลี่ย ของวัตถุ ทั้ง 4 ตามตำรา เพื่อใช้สำหรับการคำนวณหาอุปราคา คือ อาทิตย์ จันทร์ อุจจ์ และ ราหู โดยค่าทั้งหมดที่ได้จาก การคำนวณ ในขั้นตอนที่ผ่านมา มีดังนี้ มัธยมอาทิตย์ปฐม = 20868 มัธยมจันทร์ปฐม = 9966 มัธยมอุจจ์ปฐม = 8425 มัธยมราหูปฐม = 11708 มัธยมอาทิตย์ทุติยะ = 20927 มัธยมจันทร์ทุติยะ = 10756 มัธยมอุจจ์ทุติยะ = 8432 มัธยมราหูทุติย ะ = 11711 และหลังจากได้ ตำแหน่งเฉลี่ย มาแล้ว ก็ทำการคำนวณ การหาค่า ตำแหน่งที่แท้จริงของ อาทิตย์ จันทร์ และ ราหู(จุดตัด – node) หรือ ค่าสมผุส ตามที่ปรากฎอยู่ในตำรา ซึ่งสมผุสทั้งหมด ที่คำนวณได้ เป็นดังนี้ สมผุสอาทิตย์ปฐม = 20996 สมผุสจันทร์ปฐม = 9837 สมผุสราหูปฐม = 9892 สมผุสอาทิตย์ทุติยะ = 21055 สมผุสจันทร์ทุติยะ = 10570 สมผุสราหูทุติยะ = 9889

กรณีศึกษา การคำนวณจันทรุปราคาด้วยคัมภีร์สารัมภ์ [ตอนที่ 2]

กรณีศึกษา การคำนวณจันทรุปราคาด้วยคัมภีร์สารัมภ์ [ตอนที่ 2]   ในตอนที่แล้ว จากกรณีศึกษา การคำนวณหา จันทรุปราคา ปี 2558 วันที่ 4 เมษายน2558 โดย จันทรุปราคา นี้ มีค่าเริ่มต้น หรือ อุณทิน ที่คำนวณได้ออกมาเป็น 318652 และจากค่าเริ่มต้น ก็ทำการคำนวณเรื่อยมา จนกระทั่งได้ ตำแหน่งเฉลี่ย ของวัตถุ ทั้ง 4 ตามตำรา เพื่อใช้สำหรับการคำนวณหาอุปราคา คือ อาทิตย์ จันทร์ อุจจ์ และ ราหู โดยค่าทั้งหมดที่ได้จาก การคำนวณ ในขั้นตอนที่ผ่านมา มีดังนี้ มัธยมอาทิตย์ปฐม = 20868 มัธยมจันทร์ปฐม = 9966 มัธยมอุจจ์ปฐม = 8425 มัธยมราหูปฐม = 11708 มัธยมอาทิตย์ทุติยะ = 20927 มัธยมจันทร์ทุติยะ = 10756 มัธยมอุจจ์ทุติยะ = 8432 มัธยมราหูทุติยะ = 11711